วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


La  fête  en  France

Date
Férié
Origine
Caractéristiques et activités
Jour de l’An
Premier janvier
Oui
Laïque
On décore la maison avec du gui, symbole du bonheur. On s’embrasse à minuit en se souhaitant "bonne année". On réveillonne toute la nuit.
Epiphanie
(Fête des Rois)
Premier dimanche après le Jour de l’An.
.
Catholique :apparition de Jésus aux Trois Mages.
On partage une galette dans laquelle on a caché une fève. Celui ou celle qui trouve la fève devient le "Roi" ou la "Reine" et on lui place unecouronne sur la tête.
Chandeleur
2 février
Non
Catholique : Jésus a 40 jours et Simeon le nomme : "Lumière des Nations".
C’est le jour des "chandelles". On fait des crêpesà la maison.
Tradition : Faites sauter des crêpes dans la poêle avec une pièce de monnaie dans la main gauche si vous voulez faire rentrer la fortune à la maison.
Saint Valentin
14 février
Non
Laïque, l’origine est anglo-saxonne.
C’est la fête des amoureux : on offre des fleurs à celui ou celle qu’on aime.
Mardi-Gras
40 jours avant Pâques.
Non
Catholique.
Dernier jour du Carnaval avant le Carême, qui commence avec le jeûne du Mercredi des Cendres et finit 40 jours plus tard, à Pâques. Le jour du Carnaval, des chars grotesques défilent dans les rues et les enfants se déguisent.
1er Avril
Premier avril
Non
Laïque
Jour des plaisanteries, des blagues, des canulars, des fausses nouvelles dans les médias. Les enfants s’accrochent des petits poissons de papier dans le dos.
Rameaux
7 jours avant Pâques. Dimanche
.
Catholique : en souvenir de l’entrée de Jésus a Jérusalem.
Des rameaux (jeunes branches) sont bénis à la messe. Les rameaux sont déposés ensuite dans les maisons, ou sur les tombes.
Pâques
22-25 avril
Dimanche et lundi
Oui
Catholique : en souvenir de laRésurrection de Jésus.
C’est l’occasion de grandes messes. Les enfants cherchent des oeufs en chocolat dans les maisons et jardins que les cloches de Rome ont fait tomber du ciel. Ce sont en fait les parents qui les ont cachés.
Fête du Travail
Premier mai
Oui
Laïque : commémoration de la manifestation des syndicats d’ouvriers américains en 1886.
Les familles vont cueillir le muguet dans les forêts et on en décore les maisons. Des manifestationssont organisées par les syndicats pour symboliser l’unité des travailleurs.
Victoire 1945
8 mai
Oui
Laïque : commémoration de la fin de la Seconde Guerre mondiale (1939-45).
Des cérémonies ont lieu en souvenir des soldats tués pendant la guerre. Des gerbes de fleurs sont déposées sur la tombe du Soldat Inconnu, au pied de l’Arc de Triomphe à Paris et sur les Monuments aux Morts.
Ascension
40 jours après Pâques. Jeudi.
Oui
Catholique :
Jésus monte au ciel.
Des messes sont célébrées dans les églises.
Pentecôte
50 jours après Pâques. Dimanche et lundi.
Oui
Catholique : Commémore la descente du Saint Esprit sur les Apôtres.
Des messes sont célébrées dans les églises.
Fête des Mères
Dernier dimanche de mai.
.
Laïque (cir. 1950)
Les enfants offrent des cadeaux à leur mère.
Fête des Pères
Troisième dimanche de juin.
.
Laïque
Les enfants offrent des cadeaux à leur père.
Féte de la Musique
21 juin
Non
Laïque : créée dans les années 80
Des concerts sont organisés partout dans le pays. Chacun peut organiser son propre concert dans la rue, sur les places. C’est une grande fête populaire qui a lieu dans plus en plus de pays.
Fête Nationale
14 juillet
Oui
Laïque : commémore laprise de la Bastille en 1789.
Des défilés militaires ont lieu, en particulier sur les Champs Elysées à Paris. On tire des feux d’artifice partout dans le pays. Des bals populaires sont organisés dans toutes les villes.
Assomption
15 août
Oui
Catholique : en souvenir de la montée de laSainte Vierge au ciel.
Des défilés et des processions ont lieu partout dans le pays. Des bals populaires sont organisés, ainsi que des feux d’artifice.
Toussaint
Premier novembre
Oui
Catholique : fête detous les Saints
C’est une fête en souvenir des morts. Le 2 novembre, on se rend dans les cimetières pour fleurir les tombes avec des chrysanthèmes.
Armistice de 1918
11 novembre
Oui
Laïque : Commémoration de la fin de la Première Guerre mondiale (1914-18).
Des cérémonies ont lieu en souvenir des soldats tués pendant la guerre. Des gerbes de fleurs sont déposées sur la tombe du Soldat Inconnu, au pied de l’Arc de Triomphe à Paris et sur lesMonuments aux Morts.
Sainte Catherine
25 novembre
Non
Catholique
Cette fête célèbre les jeunes filles de 25 ans qui ne sont pas encore mariées. Les "catherinettes" sont les reines des réceptions organisées en leur honneur. Elles portent un chapeau qu’elles ont confectionné elles-mêmes. C’est une féte de moins en moins célébrée aujourd’hui
Noël
25 décembre
Oui
Catholique :
Naissance de Jésus.
C’est une fête familiale. Un sapin de Noël et unecrèche sont installés dans la maison. Les enfants reçoivent des cadeaux du "Père Noël". Des messes sont célébrées le 24 à minuit, après le repas familial.






วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555



รายนามประธานาิบดีฝรั่งเศส


ลำดับรายนามพรรคการเมืองวาระ
สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 2 (1848 - 1852)
1หลุยส์-นโปเลียน โบนาปาร์ตโบนาปาร์ตนิยม1848 - 1852
สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 (1870 - 1940)
2อาดอลฟ์ ตีแยร์ออร์เลอ็องนิยม1871 - 1873
3ปาทริส เดอ มัก-มาองนิยมกษัตริย์1873 - 1879
4ฌูล เกรวีสาธารณรัฐ-กลาง1879 - 1887
5ซาดี การ์โนสาธารณรัฐ-ซ้าย1887 - 1894
6ฌ็อง กาซีมีร์-แปรีเยกลาง1894 - 1895
7เฟลิกซ์ โฟร์กลาง1895 - 1899
8เอมีล ลูแบARD1899 - 1906
9อาร์ม็อง ฟาลีแยร์ARD - PRD1906 - 1913
10แรมง ปวงกาเรPRD - ARD1913 - 1920
11ปอล เดชาแนลARD - PRDS1920
12อาเล็กซ็องดร์ มีลร็องอิสระ1920 - 1924
13กัสตง ดูแมร์กราดีกาล1924 - 1931
14ปอล ดูเมราดีกาล1931 - 1932
15อาลแบร์ เลอเบริงAD1932 - 1940
ฝรั่งเศสเขตวีชี (1940 - 1944)
คณะรัฐบาลเฉพาะกาลฯ (1944 - 1947)
สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 4 (1947 - 1958)
16แว็งซ็อง โอรียอลSFIO1947 - 1954
17เรอเน กอตีCNIP1954 - 1959
สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 (1958 - ปัจจุบัน)
18ชาร์ล เดอ โกลUNR - UDR1959 - 1969
19ฌอร์ฌ ปงปีดูUDR1969 - 1974
20วาเลรี ฌิสการ์ แด็สแต็งFNRI - UDF1974 - 1981
21ฟร็องซัว มีแตร็องพรรคสังคมนิยม (PS)1981 - 1995
22ฌัก ชีรักRPR - UMP1995 - 2007
23นีกอลา ซาร์กอซีUMP2007 - 2012
24ฟร็องซัว ออล็องด์ พรรคสังคมนิยม (PS)2012 - ปัจจุบัน

 François Gérard Georges Nicolas Hollande

       (12 สิงหาคม ค.ศ. 1954) คือประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ออล็องด์ได้รับเลือกตั้งในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 ด้วยคะแนนเสียงประมาณร้อยละ 51.90[1] เขาเป็นผู้แทนราษฎรจากเขตเลือกตั้งที่ 1 ของจังหวัดกอแรซในช่วงปี ค.ศ. 1988 – 1993 และ ค.ศ. 1997 ถึงปัจจุบัน เขาเคยดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคสังคมนิยมในช่วงปี ค.ศ. 1997 – 2008 เป็นประธานสภาเทศบาลกอแรซตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 รวมถึงเป็นนายกเทศมนตรีเมืองตูลในช่วงปี ค.ศ. 2001  – 2008 อีกด้วย 
François Hollande (Journées de Nantes 2012).jpg
    

ชีวิตในวัยเด็ก

ออล็องด์เกิดในเมืองรูอ็องในจังหวัดแซน-มารีตีม แคว้นโอต-นอร์ม็องดี ประเทศฝรั่งเศสเขาเกิดในครอบครัวชนชั้นกลางคาทอลิก แม่ของเขาเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ส่วนพ่อเป็นหมอหู คอ จมูกที่เคยลงสมัครเป็นผู้สมัครฝ่ายขวาจัดในการเมืองท้องถิ่น เชื่อกันว่านามสกุลออล็องด์ของเขามาจากบรรพบุรุษที่หลบหนีมาจากฮอลแลนด์ (เนเธอร์แลนด์ในปัจจุบัน) ในช่วงศตวรรษที่ 16 และนำชื่อประเทศมาเป็นนามสกุล

การศึกษา

ออล็องด์เข้าศึกษาที่โรงเรียนประจำแซ็งฌ็อง-บาติสต์เดอลาซาล และเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยอุดมศึกษาพาณิชยการปารีส (HEC Paris), วิทยาลัยการบริหารแห่งชาติ (École nationale d'administration) และสถาบันรัฐศึกษาปารีส (Institut d'Etudes Politiques de Paris) ออล็องด์เคยอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1974 ขณะที่ยังเป็นนักศึกษา ออล็องด์เข้าทำงานในศาลตรวจสอบบัญชีแห่งฝรั่งเศสทันทีหลังจากจบการศึกษา
เส้นทางการเมืองช่วงต้น
ในปี ค.ศ. 1974 ขณะที่ยังเป็นนักศึกษา ออล็องด์เป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสของฟร็องซัว มีแตร็อง ในอีก 5 ปีต่อมา ออล็องด์ได้เข้าร่วมกับพรรคสังคมนิยมและถูกจับตามองอย่างรวดเร็วจากฌัก อาตาลีผู้เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของมีแตร็อง ในปี ค.ศ. 1981 อาตาลีได้ให้ออล็องด์ลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตจังหวัดกอแรซแข่งขันกับประธานาธิบดีของฝรั่งเศสในอนาคต ฌัก ชีรัก ออล็องด์แพ้การเลือกตั้งแก่ชีรัก เขาก้าวต่อไปโดยไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษแก่ประธานาธิบดีคนใหม่ ฟร็องซัว มีแตร็อง หลังจากนั้นไปเป็นคณะทำงานให้กับโฆษกรัฐบาล หลังจากที่ออล็องด์ได้เป็นสมาชิกเทศบาล Ussel ในปี ค.ศ. 1983 ออล็องด์ได้ลงสมัครเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดกอแรซอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาประสบความสำเร็จได้เข้าไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรของฝรั่งเศส แต่ในปี ค.ศ. 1993 ออล็องด์ได้สูญเสียตำแหน่งผู้แทนราษฎรไปอีกครั้งในการเลือกตั้งที่ถูกเรียกว่า คลื่นสีฟ้า อันเนื่องมาจากการสูญเสียที่นั่งในสภาของพรรคสังคมนิยมให้แก่ฝ่ายขวาเป็นจำนวนมาก

เลขาธิการพรรคสังคมนิยม

ออล็องด์และภรรยาของเขา เซกอแลน รัวยาล ในการหาเสียงในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรปี ค.ศ. 2007
ในช่วงใกล้สิ้นสุดวาระของประธานาธิบดีฟร็องซัว มีแตร็อง พรรคสังคมนิยมเกิดความแตกแยกภายในขึ้นเนื่องจากต่างฝ่ายต่างแย่งกันเป็นผู้กำหนดทิศทางของพรรค ออล็องด์ได้ออกมาเรียกร้องความปรองดองและให้พรรครวมตัวเป็นหนึ่งภายใต้ ฌัก เดอลอร์ ประธานสหภาพยุโรป แต่เดอลอร์ปฏิเสธที่จะเป็นตัวแทนพรรคลงสมัครเป็นประธานาธิบดี ทำให้ลียอแนล ฌ็อสแป็ง กลับมาเป็นผู้นำพรรคอีกครั้ง ฌ็อสแป็งเลือกออล็องด์ให้เป็นโฆษกพรรคอย่างเป็นทางการ ต่อมาในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรปี ค.ศ. 1997 ออล็องด์กลับไปลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกอแรซ อีกครั้งและประสบความสำเร็จในการกลับเข้าสภา ในปีเดียวกันนั้นเอง ฌ็อสแป็งได้เป็นนายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส และออล็องด์ได้ชนะการเลือกตั้งเป็นเลขาธิการพรรคสังคมนิยมซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้อยู่ 11 ปี โดยในช่วงระยะเวลานี้ พรรคสังคมนิยมมีตำแหน่งที่แข็งแรงในรัฐบาลฝรั่งเศส ตำแหน่งเลขาธิการพรรคของออล็องด์จึงถูกเรียกในบางครั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในปี ค.ศ. 2001 ออล็องด์ได้ชนะการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองตูลซึ่งเขามีวาระการดำรงตำแหน่งนี้ 7 ปี
ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ค.ศ. 2002 รอบแรก พรรคสังคมนิยมพ่ายแพ้แก่ผู้สมัครฝ่ายขวาจัด ฌ็อง-มารี เลอ แปน อย่างน่าตกตะลึง ทำให้ลียอแนล ฌ็อสแป็งตัดสินใจลาออก การลาออกทำให้ออล็องด์กลายเป็นเสมือนผู้นำของพรรคในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรค.ศ. 2002 ออล็องด์สามารถจำกัดความพ่ายแพ้ไว้ได้บางส่วนโดยเขายังถูกเลือกกลับมาเป็นผู้แทนราษฎรได้ในเขตของตน แต่ผู้สมัครคนอื่น ๆ ของพรรคพ่ายแพ้ไปทั่วประเทศ ก่อนการประชุมใหญ่ประจำปี ค.ศ. 2003 ของพรรคที่จัดขึ้นในเมืองดีฌง ออล็องด์สามารถทำให้ผู้มีชื่อเสียงในพรรคหลายคนหันมาสนับสนุนตนได้ เขาจึงถูกเลือกกลับมาเป็นเลขาธิการพรรคอีกครั้ง แม้ว่าจะถูกฝ่ายซ้ายในพรรคต่อต้านก็ตาม หลังการเลือกตั้งท้องถิ่นของฝรั่งเศสที่จัดขึ้นในปี ค.ศ. 2004 ที่ฝ่ายซ้ายได้รับชัยชนะ ออล็องด์ถูกอ้างถึงว่าอาจเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ แต่พรรคสังคมนิยมในช่วงนั้นถูกแบ่งเป็นสองส่วนในความเห็นเรื่องการจัดตั้งธรรมนูญยุโรป ออล็องด์ซึ่งสนับสนุนการจัดตั้งธรรมนูญจึงก่อให้เกิดความแตกร้าวภายในพรรค ในปี ค.ศ. 2005 เขายังคงรักษาตำแหน่งเลขาธิการพรรคไว้ได้ในการประชุมใหญ่ของพรรค แต่อำนาจของเขาก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ ในปี ค.ศ. 2007 ภรรยาของเขา เซกอแลน รัวยาล ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนพรรคลงสมัครชิงตำแหน่งประธานธิบดีฝรั่งเศสซึ่งเธอได้พ่ายแพ้ต่อนีกอลา ซาร์กอซี ในปีเดียวกัน ออล็องด์ถูกตำหนิอย่างหนักเนื่องจากผลอันย่ำแย่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำปี ค.ศ 2007 เขาจึงประกาศที่จะไม่ลงชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรคเมื่อหมดวาระ
หลังจากที่ออล็องด์ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ เขาได้รับเลือกให้แทนที่ฌ็อง-ปีแยร์ ดูว์ปง ในตำแหน่งประธานสภาเทศบาลกอแรซซึ่งเขายังดำรงตำแหน่งนี้ถึงปัจจุบัน ในปี ค.ศ. 2008 เขาสนับสนุนการให้รางวัลเอเตียน บาลูซ (Étienne Baluze) ซึ่งมอบให้บุคคลที่ทำคุณประโยชน์ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยออล็องด์เป็นผู้ให้รางวัลนี้เป็นครั้งแรกในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 แก่นักประวัติศาสตร์ชาวอิตาลีชื่อ เบียทริช ปาลเมโร


ฤดูกาลในฝรั่งเศส

              ฝรั่งเศสเป็นประเทศหนาว   ในปีหนึ่งแบ่งออกเป็น  4  ฤดู   แต่ละฤดูจะกินเวลา  3 เดือน  วันเดือนที่กำหนดว่าเป็นวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของแต่ละฤดูนั้น   จริง ๆแล้วไม่ได้หมายความว่าอากาศจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นจริง ๆ   วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิบางปีในบางท้องถิ่นอากาศจะหนาวมากกว่าฤดูหนาวในบางถิ่น   ฤดูทั้ง
4  ของฝรั่งเศสมีดังนี้คือ
1. ฤดูใบไม้ผลิ   ( le  printemps )  
ฤดูใบไม้ผลิเริ่มวันที่ 21   มีนาคม   สิ้นสุดวันที่  21  มิถุนายน  ในฤดูนี้อากาศจะอบอุ่นขึ้น  ต้นไม้ที่โกร๋นปราศจากใบมาตลอดเวลา 3   เดือน   ในฤดูหนาวที่หนาวเย็นจะเริ่มผลิใบ   การเปลี่ยนแปลงนี้รวดเร็วมาก  ในเวลาไม่กี่วันหลังอากาศอบอุ่นต้นไม้จะผลิใบเขียวชอุ่ม  ปลายเดือนมีนาคมและเดือนเมษายนอากาศจะไม่แน่นอน  ในช่วงนี้จึงยังคงเก็บเสื้อโค้ตไม่ได้เพราะอากาศจะหนาวเมื่อไรก็ได้   บางทีอาจจะมีฝนตกบ้าง   อากาศจะดีจริง ๆ  ในเดือนพฤษภาคม   ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่สวยงาม   ฟ้าจะเป็นสีฟ้าใส  พระอาทิตย์ซึ่งไม่เคยปรากฏในฤดูหนาวเริ่มส่องแสง  ฤดูนี้ได้ชื่อว่าเป็นฤดูแห่งดอกไม้แห่งงานฉลองแห่งความรัก  ( la saison  des  fleurs, des  fêtes,  des amours )   มีงานฉลองมากมาย   เช่น พิธีรับศีลจุ่ม   พิธีแต่งงาน  ฯลฯ  สำหรับนักเรียนนักศึกษา  เดือนอากาศดีนี้หมายถึงการสอบปลายปีด้วย           แม้ว่าฤดูใบไม้ผลิจะเป็นฤดูที่ทุกคนคิดว่าเป็นฤดูที่สวยงาม   อากาศดี  แต่ก็เป็นฤดูที่อากาศไม่แน่นอน  อากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดหมาย imprévisible   ก็ได้  แต่ฤดูใบไม้ผลิก็นับว่าเป็นฤดูที่ดีที่สุดฤดูหนึ่งของปี
2.  ฤดูร้อน  ( l’été )    
เริ่มวันที่  22  มิถุนายน  สิ้นสุดวันที่  22   กันยายน   ฤดูร้อนเป็นฤดูที่กลางวันยาวมาก   เมื่อกลางวันยาว   กลางคืนก็สั้นประมาณ  6 – 7 ชั่วโมง  กลางวันยาวในที่นี้  หมายความว่า  พระอาทิตย์ตกดินช้า  สามทุ่มหรือสี่ทุ่มยังไม่มืด  เมื่อไม่มืดก็มีความรู้สึกว่ายังไม่ถึงกลางคืน   ในประเทศสแกนดิเนเวียนนั้นในฤดูร้อน  กว่าพระอาทิตย์ตกดินหรือจะมืดก็ประมาณห้าทุ่มหรือเที่ยงคืน   กลางคืนจะยาวประมาณ  6 – 7
ชั่วโมง   ฤดูร้อนในฝรั่งเศสอากาศร้อน  ผู้คนจึงไปชายทะเล  ฤดูร้อนเป็นฤดูแห่งวันหยุด  ผู้คนเฝ้ารอฤดูนี้เพื่อจะได้ไปเที่ยวทะเล  เพื่อจะได้อาบแดด  เพื่อจะได้รับประทานผลไม้สด ๆ เช่น  สตรอเบอรี่   แต่ในฤดูร้อนผลไม้ยังไม่อร่อย   ต้องรอให้ผลไม้สุกเสียก่อน   ฤดูร้อนบางปีอากาศอาจจะไม่ดีฝนตกบ่อย ๆ  ฤดูร้อนที่อากาศไม่ดีเรียกว่า   été pourri   ความหมายก็บอกว่าไม่เพลิดเพลิน   เป็น  “ฤดูร้อนที่เน่าเสีย”   คาดว่า   “été  canicule”  หมายถึงช่วงต้นฤดูร้อนที่อากาศร้อนมาก   บางเมืองอากาศจะร้อนมาก  อุณหภูมิที่สูงสุดในฤดูร้อนในฝรั่งเศสประมาณ  30 องศาเซลเซียส  ซึ่งร้อนมากสำหรับประเทศหนาว  ทำให้คนอยากไป   vacances   โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองใหญ่อย่างปารีส
3.  ฤดูใบไม้ร่วง   ( l’automne )  
 ฤดูใบไม้ร่วงเริ่มต้นวันที่  23  กันยายน   สิ้นสุดวันที่  21   ธันวาคม   อากาศที่สดใส   แดดจ้าในฤดูร้อนเริ่มเปลี่ยน   ท้องฟ้าสีเทา  ลมแรง   ใบไม้เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีเหลือง   กลางวันสั้นมากขึ้น   กลางคืนยาวขึ้น   ใบไม้สีเหลือง   แห้งและร่วง   ฤดูใบไม้ร่วงก็เหมือนฤดูอื่น ๆ  คือ อาจจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศดี   หรือฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศไม่ดี   คือ   ฝนอาจจะตกบ่อย   ตอนต้นฤดูอากาศมักจะดี   ตอนปลายฤดู  คือ   เดือนพฤศจิกายนอากาศจะไม่ดี   ท้องฟ้าเป็นสีเทาและมืดครึ้ม   ตอนที่ใบไม้ร่วง   ต้นไม้โกร๋นเป็นตอนที่เศร้า   แต่ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่สวยฤดูหนึ่ง   เพราะใบไม้ที่เปลี่ยนสีทำให้ฟ้าสวยงามหาที่เปรียบไม่ได้   ป่าไม้ในฤดูใบไม้ร่วง  ( ตอนต้นและตอนกลางฤดู )   จะใช้คำขยายว่า  coloré   ซึ่งหมายถึงระบายด้วยสีประดับด้วยสี  ( อันสวยงาม )   “ศิลปินมักจะให้ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่สวยที่สุด   เนื่องจากสีใบไม้ที่เปลี่ยนสีแตกต่างกันมากมายหลายสี   ซึ่งธรรมชาติเท่านั้นจะทำได้            ทางใต้ของฝรั่งเศสอากาศจะไม่หนาว   แต่มีลมแรง  ( mistral )  ทางใต้จึงปลูกต้นไม้ที่สู้ลมได้   เช่น  ต้นมะกอก  ( olivier )    ต้นโอ๊ค  ( chêne  vert )    และต้นไม้ที่มีรากยาว ๆ  เช่น   องุ่น            ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่ดีที่สุดของคนบางกลุ่ม   คนฝรั่งเศสจำนวนหนึ่งที่ชอบล่าสัตว์จะถือปืนออกล่าสัตว์   ฤดูนี้เป็นช่วงที่คนในประเทศหนาวสามารถอยู่กลางแจ้งได้ก่อนที่ความหนาวจะคลืบคลานเข้ามาถึง
4.  ฤดูหนาว   ( l’hiver )  
  เริ่มวันที่  22  ธันวาคม   สิ้นสุดวันที่  20  มีนาคม   ปลายฤดูใบไม้ร่วง   กลางวันสั้นมากขึ้น   ท้องฟ้ามืดครึ้ม   ฤดูหนาวในประเทศหนาวหรือประเทศฝรั่งเศสคือ  ความหนาว   ฝนและหิมะ   แต่ฤดูหนาวก็เหมือนฤดูอื่น ๆ  คือ   เป็นฤดูที่คนบางกลุ่มเฝ้ารอ   นั่นคือผู้ที่ชอบกีฬาฤดูหนาวและผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับกีฬาฤดูหนาว   เมืองที่อยู่บริเวณภูเขาและเป็นสถานีสกี   ( Stations  de  ski )   จะคึกคักและมีชีวิตชีวา            ฤดูหนาวเป็นฤดูแห่ง   “sports  d’hiver”   ครอบครัวหรือโรงเรียนจะพาลูก ๆ  และเด็ก ๆ  ไปเล่นสกีบนภูเขาในช่วง   vacances  de  neige   ผู้เดินทางในการขับรถที่อยู่ในเขตภูเขาที่มีหิมะตกจะต้องมี   pneus  à  clous   หรือ   roués  avec  chaine     ซึ่งเป็นยางรถที่ใช้บนถนนที่ลื่นด้วย  vergla  ( ฝนปนหิมะ )    gel  ( น้ำที่แข็งตัว )    และ   dégel  ( น้ำแข็งที่ละลายแล้ว )   นอกจากเจ้าของรถจะต้องเตรียมรถของตนให้พร้อมที่จะแล่นไปบนถนนที่อันตรายแล้ว   ทางราชการก็เตรียม  chasse – neiges  ( รถกวาดหิมะ )   เพื่อเปิดทางหากหิมะตกมาก ๆ  บนทางหลวงก็จะมีกระสอบทรายและกระสอบเกลือวางไว้ประจำ            ฤดูหนาวเป็นฤดูแห่งงานฉลอง   จะเห็นว่ามีเทศกาลหลายเทศกาลในฤดูนี้   เช่น   Fête  de  Saint – Nicolas,  Noël,  Nouvel  An,  Fête  des  Rois,  Carnavalนอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอากาศปานกลาง   ( le  climat  doux   et   tempéré )   ของยุโรปแล้ว   อากาศในฝรั่งเศสยังแตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศ   และลักษณะที่เด่นคือ   ความไม่แน่นอน   อากาศแต่ละฤดูไม่เหมือนกัน และฤดูเดียวกันในแต่ละปีก็ไม่เหมือนกัน

ผู้ชนะ Tour de France ในปี 2012

       





                   Andy Schlec kนักจักรยานจาก Luxemberg ซึ่งได้ตำแหน่งรองชนะเลิศโอเวอร์ออลใน Tour de France ปี 2010 โดยผู้ครองตำแหน่งชนะเลิศคือ Alberto Contador แต่ภายหลังถูกสั่งห้ามเข้าแข่งขันและถือว่าชัยชนะครั้งนั้นเป็นโมฆะด้วยข้อหาใช้สารกระตุ้น Clenbuterol(เคลนบูเทรอลหรือสารเร่งเนื้อแดงปนเปื้อนในเนื้อวัวที่ Contador รับประทาน) โดยเมื่อต้นปีนี้ Andy Schleckได้กล่าวกับสื่อในการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า “ถ้าผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ชนะโอเวอร์ออลของ Tour de France ปี2010 ผมคงไม่ดีใจเท่าไรหรอกครับ ผมได้สู้กับ Contador ในการแข่งนั้นแล้วและผมก็แพ้ไปแล้ว เป้าหมายของผมคือต้องชนะ Tour de France ด้วยการแข่งขัน และต้องเป็นที่หนึ่งจากการสู้กันในสนามครับไม่ใช่ในศาล การได้ชัยชนะในปีนี้ต่างหากผมถึงจะถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกใน Tour de France”
บัดนี้ประธานกรรมการจัดการแข่งขันTour de France คือ Christian Prudhomme ได้ประกาศชัดแล้วว่าเขาจะจัดพิธีมอบตำแหน่งผู้ชนะอย่างเป็นทางการให้กับ Andy Schleck สำหรับTour de France ปี 2010 ซึ่ง Prudhomme ได้กล่าวกับหนังสือพิมพ์ Le Soir (เลอ ซัวร์)ของเบลเยียมว่า “เราต้องประกาศให้โลกรู้ แม้เราจะรู้กันว่า Andy Schleck ไม่ได้ชนะจากการแข่งในสนามแข่งขันก็ตามครับ” สำหรับรายละเอียดของพิธีรับตำแหน่งแชมป์ของ Andy Schleck

Le Tour de France  

               หรือบางครั้งเรียกว่า  La Grande Boucle  และ  Le Tour  เป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลรอบประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา  3  สัปดาห์  ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี  เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่  ค.ศ. 1903  จนถึงปัจจุบัน ( เว้นการจัดแข่งขันในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง )  Le Tour de France  เป็นการแข่งขันจักรยานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก  เป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลหนึ่งในสามรายการใหญ่ที่จัดแข่งขันในยุโรป  รวมแรกว่า  แกรนด์ทัวร์  โดยอีกสองรายการคือ
- Giro d'Italia  จัดในอิตาลี ช่วงเดือนพฤษภาคม - ต้นเดือนมิถุนายน
- Vuelta a Espana  จัดในสเปนช่วงเดือนกันยายน
                การแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี  ค.ศ. 1903  เกิดขึ้นเนื่องจากการท้าทายกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ของฝรั่งเศสชื่อ  L'Auto  มีนักแข่งเข้าร่วมถึงจำนวน  60  คน  แต่สามารถเข้าเส้นชัยได้เพียง  21  คน  ซึ่งกิตติศัพท์ความยากลำบากในการแข่งขัน  ทำให้การแข่งขันนี้เป็นที่สนใจ  และมีผู้ชมการแข่งขันช่วงสุดท้ายในกรุงปารีส  ตามสองฟากถนนระหว่างทางราว  100,000  คน  และกลายเป็นประเพณี  การแข่งขันทุกครั้งจะไปสิ้นสุดที่ประตูชัย  จตุรัสเดอเลตวล  ปารีส
               ในปี  ค.ศ.  1910  เริ่มมีการจัดเส้นทางการแข่งขันเข้าไปในเขตเทือกเขาแอลป์  ปัจจุบันเส้นทางการแข่งขันจะผ่านทั้งเทือกเขาแอลป์  ทางตะวัน  และเทือกเขาพีเรนีสทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  การแข่งขันจะแบ่งเป็นช่วงเพื่อเก็บคะแนนสะสม  ผู้ชนะในแต่ละช่วงจะได้รับเสื้อ เพื่อสวมใสในวันต่อไป  โดยมีสีที่เฉพาะสำหรับผู้ชนะในแต่ประเภท  คือ
- สีเหลือง  ( maillot jaune )  สำหรับผู้มีคะแนนรวมสูงสุด
- สีเขียว  ( maillot vert )  สำหรับผู้ชนะในแต่ละสเตจ
- สีขาวลายจุดสีแดง  ( maillot à pois rouges )  สำหรับผู้ชนะในเขตภูเขา  ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า  จ้าวภูเขา  King of the Mountains
- สีขาว  ( maillot blanc )  สำหรับผู้ที่มีคะแนนรวมสูงสุดที่อายุต่ำกว่า  25   ปี
- สีรุ้ง  ( maillot arc-en-ciel )  สำหรับผู้ชนะการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์โลก  ซึ่งมีกฏว่าจะต้องใส่เสื้อนี้เมื่อแข่งขันในประเภทเดียวกับที่ผู้แข่งนั้นเป็นแชมป์โลกอยู่
- เสื้อแบบพิเศษ  สำหรับผู้มีคะแนนรวมสูงสุด  และชนะการแข่งขันช่วงย่อย  และจ้าวภูเขา